เกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัยต่อกรมสรรพากร

ตามที่ข้าพเจ้าได้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัยจากธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ตามสัญญากู้ยืมเงิน บัญชีเลขที่

โดยหนังสือฉบับนี้

ข้าพเจ้ายินยอมให้ธนาคารนำส่งและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามสัญญากู้ยืม  เงินฉบับดังกล่าว ต่อกรมสรรพากร เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของข้าพเจ้า ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากรกำหนด และยินยอมให้กรมสรรพากรเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อไปได้ภายใต้วัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ ข้าพเจ้าตกลงให้ความยินยอมดังกล่าวมีผลตั้งแต่ปีภาษี 2564 เป็นต้นไป จนกว่าข้าพเจ้าจะมีการแจ้งถอนความยินยอมมายังธนาคารตามวิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ข้าพเจ้าไม่ยินยอมให้ธนาคารนำส่งและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับดังกล่าว ต่อกรมสรรพากร ทั้งนี้ ข้าพเจ้ารับทราบว่า ธนาคารจะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของข้าพเจ้าต่อกรมสรรพากรเพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของข้าพเจ้าได้

ข้าพเจ้ารับทราบและเข้าใจดีแล้วว่า  ไม่ว่าข้าพเจ้าจะให้ความยินยอมตามหนังสือฉบับนี้หรือไม่ก็ตาม การนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับดังกล่าวไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมสรรพากรกำหนด

หมายเหตุ การนำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ของกรมสรรพการ จะได้สิทธิเฉพาะเงินกู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือก่อสร้างที่อยู่อาศัย หรือรีไฟแนนซ์หนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น หากเป็นเงินกู้อเนกประสงค์บ้านแลกเงิน (Cash to Home) หรือวงเงินกู้เพิ่มบนหลักประกันเดิม หรือวงเงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) ฯลฯ จะไม่ได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีนี้

สัญญากู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป การที่ผู้มีเงินได้จะใช้สิทธิลดหย่อนได้นั้น จะต้องแจ้งความยินยอมแก่ธนาคารเพื่อให้นำส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากร ดังนั้น กรณีผู้มีเงินได้ที่ไม่ให้ความยินยอม หรือเคยให้ แต่ขอเพิกถอนภายหลังนั้น หลักฐานที่เป็นหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (ล.ย.02) จะไม่สามารถนำมาใช้หลักฐานประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนได้อีก

สัญญากู้ที่เกิดขึ้นก่อน 1 มกราคม 2564 ผู้มีเงินได้สามารถเลือกใช้สิทธิลดหย่อนได้ โดยวิธีใด วิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. แจ้งความยินยอมแก่ธนาคารเพื่อให้นำส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากร ซึ่งผู้มีเงินได้ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (ล.ย. 02)  จากธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกต่อไป  หรือ
2. ผู้มีเงินได้สามารถใช้หลักฐานหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (ล.ย. 02) จากธนาคาร ตามเดิม

พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องของผู้กู้

    (กรุณาปิดทับหรือขีดฆ่าข้อมูลทางศาสนา และ/หรือหมู่เลือด (ถ้ามี) จนไม่สามารถอ่านออกได้)

    พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องของผู้กู้

      (กรุณาปิดทับหรือขีดฆ่าข้อมูลทางศาสนา และ/หรือหมู่เลือด (ถ้ามี) จนไม่สามารถอ่านออกได้)

      พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องของผู้กู้

        (กรุณาปิดทับหรือขีดฆ่าข้อมูลทางศาสนา และ/หรือหมู่เลือด (ถ้ามี) จนไม่สามารถอ่านออกได้)

        พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องของผู้กู้

          (กรุณาปิดทับหรือขีดฆ่าข้อมูลทางศาสนา และ/หรือหมู่เลือด (ถ้ามี) จนไม่สามารถอ่านออกได้)

          กรณีกู้ร่วม กรุณาแนบไฟล์สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ร่วมให้ครบทุกคน

          ข้าพเจ้าได้อ่านและทำความเข้าใจประกาศความเป็นส่วนตัวของธนาคารบนเว็บไซต์ www.uob.co.th/privacy-notice เรียบร้อยแล้ว

          สงวนลิขสิทธิ์ 2564 ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)